‘ชานมไข่มุก’ เครื่องดื่ม ยอดฮิตจาก ไต้หวัน

ที่มาของชานมไข่มุก

ชานมไข่มุก หรือ bubble Tea ที่หมายความว่าชาโฟม หรือชาที่มีฟองอากาศนั้น มีที่มาตอนเวลาที่เราเขย่านั้น จะเกิดฟองที่ด้านบนของชา ยิ่งเขย่าแรงและเร็วมากเท่าไหร่ก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อมมากเท่านั้น ส่วน ไข่มุก หรือ Pearl ที่คนไต้หวันเรียกว่า ปัวป้า (Boba) เป็นหัวใจของความอร่อยที่แท้จริง ซึ่งทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง ไข่มุกที่อร่อยต้องมีความหนึบแต่พอดี เมื่อเคี้ยวแล้วอ่อนนุ่มนิ่ม ปัจจุบัน ชานมไข่มุก นั้นมีไข่มุกหลากสีสันหลายรสชาติเพิ่มความแปลกใหม่ หรือว่าจะเป็น ชานมไข่มุกบุก สำหรับคนที่รักสุขภาพ แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือไข่มุกสีน้ำตาลดำ ที่ผสมคาราเมล ไซรัป และน้ำตาลทรายแดง (brown sugar) เข้าไป

ชานมไข่มุก หรือ bubble tea หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า ชานม ที่ฮิตกันในทุกวันนี้ รู้กันหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว ชานมไข่มุก มีจุดกำเนิดที่ประเทศไต้หวัน และถูกค้นพบในช่วงปีค.ศ. 1987 ร้านชา ชุนฉุ่ยถัง (Chun Shui Tang Teahouse) ในเมืองไถจง เป็นร้านแรกที่ได้คิดค้นเมนูเครื่องดื่ม ชานมไข่มุก ขึ้นมา เรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่ค.ศ 1980 ชาวไต้หวันนามว่า Liu Han-Chieh ได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น และได้พบเห็นคนญี่ปุ่นดื่มกาแฟที่ใส่น้ำแข็ง ความแปลกใจที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นจึงเกิดเป็นความคิดใหม่ขึ้นมา หลังจากนั้น 3 ปี เธอก็ได้เปิดร้านชาของเธอเองขึ้นมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก

หลังจากที่เธอเปิดร้านชา ชุนฉุ่ยถัง มาได้ 5 ปี การตลาดก็เริ่มซบเซาลงทำให้เธอต้องคิดหากลยุทธ์เพื่อให้ร้านชาของเธอนั้นกลับมาตีตลาดได้อีกครั้ง ในขณะที่พนักงานกำลังเคร่งเครียดกันอยู่ในห้องประชุมนั้น Liu Han-Chieh ก็กำลังกินขนมเฟินหยวน (Fen Yuan) ซึ่งเป็นขนมคล้าย ๆ กับขนมโมจิของประเทศญี่ปุ่น ด้วยความนึกสนุกของเธอในตอนนั้น จึงเกิดไอเดียลองเอาขนมฟินหยวนนี้ใส่เข้าลงไปในแก้วชานมของเธอ และให้ทุกคนชิม ผลสรุปก็คือรสชาติของส่วนผสมทั้ง 2 อย่างนี้รวมกันแล้วออกมาดีมาก ด้วยเหตุการณ์บังเอิญครั้งนี้เอง จึงเป็นที่มาของ ‘ชานมไข่มุก’ ที่เราได้กินกันจนทุกวันนี้ ไข่มุกที่ได้นั้นทำมาจากมันสำปะหลังเหมือนกับขนมเฟินหยวน (Fen Yuan) จนกลายเป็นมาสูตรสำเร็จของเมนูที่เรียกว่า ‘ชานมไข่มุก’ และได้เริ่มขายเมนู ‘ชานมไข่มุก’ นี้ในปี 1987 และใน ปัจจุบันนี้ร้านชา ชุนฉุ่ยถัง ของเธอนั้นได้ขยายสาขาไปทั่วประเทศไต้หวันแล้วทั้งหมด 40 สาขา เธอได้กล่าวว่าหลังจากเป็นร้านชามาได้ 20 ปี เมนูเครื่องดื่มที่ทำรายได้ให้ร้านเธอมากที่สุดก็คือเมนูเครื่องดื่มชานมไข่มุก’ นี้เลย ชานมไข่มุก ทำรายได้ประมาณ 80-90% ของเมนูทั้งหมดในร้านชาของเธอเลย  

ชานมไข่มุก ยุคแรกเริ่ม
ชานมไข่มุก ยุคแรกเริ่ม

‘ชานมไข่มุก’ ในยุคแรก

เมนูเครื่องดื่ม ชานมไข่มุก นี้พบว่ามีการเริ่มเผยแพร่และเป็นที่รู้จักกันในภูมิภาคเอเชีย ตั้งแต่ช่วงประมาณปีค.ศ. 1990 แต่ยังระบุไม่ได้ชัดเจนถึงที่มาที่ไปว่าได้รับอิทธิพล ชานมไข่มุก มาจากประเทศอะไร แต่คาดว่าเข้ามาจาก ‘ไต้หวัน’ หรือ ‘จีน’ ประเทศที่เห็นชัด ๆ กับการได้รับวัฒนธรรมนี้ก่อน ก็คือประเทศ ‘เวียดนาม’ ซึ่งเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศจีน และในขณะเดียวกันประเทศ‘มาเลเซีย’ เองก็เริ่มรับวัฒนธรรมของเมนูเครื่องดื่ม ชานมไข่มุก มากขึ้น รวมไปถึงประเทศไทย ของเรานี่เอง เพราะเป็นประเทศที่มีชาวจีนอพยพมาค่อนข้างมาก

ทั้งนี้การแผ่ขยายของเมนูเครื่องดื่ม ชานมไข่มุก นั้นไม่ได้มีการเติบโตแค่ในทวีปเอเชีย (Asia) แต่เมนูเครื่องดื่ม ชานมไข่มุก นี้ยังแผ่ขยายไปยังโซนอเมริกาอีกด้วย ในปี 2000 ชานมไข่มุก จึงกลายเป็นเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตสำหรับวัยรุ่นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย หรือวัยรุ่นเอเชียที่ไปเรียนทีประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจาก ชานมไข่มุก นั้นเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย และสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกัน ซึ่งในตอนนั้นร้านแฟรนไชส์ ชานมไข่มุก ในสหรัฐอเมริกาก็เริ่มปรากฏให้เห็นในพื้นที่อาศัยของชาวเอเชียหรือชาวจีน โดยเฉพาะในรัฐนิวยอร์ก  ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังรัฐอื่นๆ อย่างเมืองซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับร้านแฟรนไชส์ ชานมไข่มุก แรก ๆ ที่บุกตลาดสหรัฐอเมริกานั้นก็คือร้านชาไทม์ (Chatime) ซึ่งเริ่มเปิดร้านอยู่ในพื้นที่ มินนิอาโปลิส (Minneapolis)  บอสตัน (Boston ) และไมอามี่ (Miami) จากนั้นก็มีการขยายสาขาอื่น ๆ อย่างรวดเร็วใน (D’Iberville), มิสซิสซิปปี (Mississippi) และจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ที่รัฐอลาบามา (Alabama) รัฐนอร์ธ โคราไลนา (North Carolina) และอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันร้านชาไทม์ (Chatime) เป็นร้านชานมไข่มุกจากไต้หวันที่มีสาขามากมายทั่วโลก และ ชานมไข่มุก จึงกลายเป็นที่นิยมในโลก

ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน ชานมไข่มุก ก็เริ่มมีกระแสภายในประเทศแต่ยังไม่มากนัก ในช่วงปีค.ศ. 2000 เป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากทางประเทศจีน โดยเฉพาะละครโทรทัศน์ ในตอนนั้นที่ละครเรื่อง ‘รักใส ๆ หัวใจสี่ดวง’ หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม F4 กำลังอยู่ในกระแส จึงทำให้วัฒนธรรมของ ไต้หวัน มีอิทธิพลกับคนไทยในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก ชานมไข่มุก ที่เป็นเมนูเครื่องดื่มจาก ไต้หวัน จึงได้รับความนิยมมากในประเทศไทย ซึ่ง ชานมไข่มุก ในประเทศไทยในช่วงแรกนั้น ยังไม่ได้มีความหลากหลายของเมนูมากเหมือน ชานมไข่มุก ในปัจจุบัน ในยุคนั้นร้านชานมไข่มุกในตำนานในประเทศไทยหลายคนคงนึกถึงกันคงหนีไม่พ้นร้าน Mr. Shake อย่างแน่นอน Mr. Shake เป็นร้านชานมไข่มุกขวัญใจเด็กสยามสแควร์ ใครที่ไปเดินสยามในช่วงนั้นจะต้องซื้อชานมไข่มุกอย่างแน่นอน การซื้อชานมไข่มุกจากร้าน Mr. Shake เป็นเหมือนกับแฟชั่นเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะยาวของแก้วชานมไข่มุกนั้นยิ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นได้ดีเลย Mr. Shake ถือว่าเป็น ร้านชานมไข่มุกแรก ๆ เลยก็ว่าได้ ร้าน Mr. Shake นี้เริ่มทำตลาดตั้งแต่ปี 1999 จนถึงตอนนี้ก็ 20 ปีแล้ว จากนั้นไม่นานกระแสของ ‘ชานมไข่มุก’ ก็เริ่มซบเซาลง จนไม่กี่ปีไม่นี้ก็มีคนกลับมาให้ความสนใจกับ ชานมไข่มุก อีกครั้ง

กระแสชานมไข่มุก
กระแสชานมไข่มุก

กระแสของ ‘ชานมไข่มุก’

ปฏิเสธไม่ได้เลยเลยว่า ‘ชานมไข่มุก’ ในตอนนี้มาแรงเป็นอย่างมาก กระแสของ ร้านชานมไข่มุก เริ่มต้นนี้ด้วยการแต่งเติมแปลงโฉมเครื่องดื่ม ชานมไข่มุก ให้หน้าตาสวยและน่ากิน โดยเฉพาะตอนนี้ที่ Social Network เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตแล้วนั้น ยิ่งทำให้ลูกค้าอยากโพสต์เครื่องดื่ม อย่าง ชานมไข่มุก ลงบนโลก Social ของตัวเองกันมากมาย หลังจากนั้นก็เกิดการแชร์อย่างรวดเร็วแล้วก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งหน้าตาและรสชาติของเครื่องดื่ม ชานมไข่มุก นี้เองที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์กระแสชานมไข่มุก ขึ้นมาบนโลก Social ที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากจะลิ้มลอง และอยากแชร์ต่อไปบ้าง ด้วยเหตุนี้เอง ชานมไข่มุก ใน Social Media จึงเปรียบเสมือนตัวกระตุ้นที่ช่วยปลุกกระแส ชานมไข่มุก ให้กลับมาฮิตอีกครั้ง

จากกระแส ‘ชานมไข่มุก’ ในประเทศไทยแล้ว ก็ทำให้ประเทศไทยนั้นมีสถิติในการบริโภค ชานมไข่มุก ติดอันดับหนึ่งในอาเซียนอีกด้วย จึงทำให้มีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นในตลาด แบรนด์ยอดนิยมที่มีสาขามากที่สุดคงจะเป็น Ochaya เรียกว่าเป็นแบรนด์ระดับแมส มีเมนูชานมไข่มุกที่หลากหลาย และราคาไม่สูงมาก ทั้งยังยังมีโมเดลแฟรนไชส์ในการขยายสาขา ซึ่งจริง ๆ แล้วชานมไข่มุกในประเทศไทยยังมีอีกมากมาย ซึ่งแบรนด์ดัง ๆ ที่หลายคนรู้จัก ได้แก่ Mr. Shake, Mr. Shake Beyond, Ochaya, KOI Thé, KAMU, FUKU Matcha, Brown Cafe, ATM Tea Bar, Dakasi, CoCo และ The Alley

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชานมไข่มุก เริ่มเป็นที่นิยม และแบรนด์ต่าง ๆ จากต่างประเทศเริ่มเข้ามาตีตลาดประเทศไทย ด้วยการที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศจึงทำให้ราคาก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็น ชานมไข่มุก ระดับพรีเมียม ซึ่งราคาจะอยู่ตั้งแต่ 70 บาท ไปจนถึง 150 บาทก็ยังมี และที่สร้างกระแสฮือฮาอย่างมากเมื่อแบรนด์ชานมไข่มุกอย่าง Tiger Sugar จากประเทศไต้หวันได้มาเปิดที่ประเทศไทย และเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้า The Market Bangkok ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 120 บาท จึงสร้างกระแสให้ผู้คนไปต่อคิวกันจนยาวเหยียดเพื่อซื้อชานมไข่มุก นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ Fire Tiger by Seoulcial Club หรือหลายคนเรียกกันว่าชานมเสือพ่นไฟ มีจุดเด่นที่มีการตกแต่งร้านสไตล์เกาหลี แต่เป็นแบรนด์ชานมไข่มุกของคนไทยแท้ แบรนด์ชานมไข่มุกมีการสร้างจุดขายมากมายในภาวะที่ตลาดแข่งขันกันดุเดือด ทำให้ชานมไข่มุกราคา 150 บาท ก็มีคนยอมต่อแถวซื้อได้

หลังจากที่ชานมไข่มุกได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และธุรกิจร้านชานมไข่มุกก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แต่ละร้านต้องมีการคิดกลยุทธ์ หรือวิธีทำ ชานมไข่มุก เป็นซิกเนเจอร์ประจำร้านตัวเอง เช่น brown sugar ของร้าน Fire Tiger by Seoulcial Club หรือ ไข่มุกสีทอง ของร้าน KOI Thé เป็นต้น ซึ่งก็ทำให้คนที่ชอบกินชานมไข่มุกพยายามแกะสูตร และหา วิธีทำ ชานมไข่มุก ให้เหมือนกันต้นฉบับ ถึงแม้จะมี วิธีทำ ชานมไข่มุก จะมีให้เราดูอยู่ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต แต่สุดท้ายเราก็ยังไปซื้อชานมไข่มุกที่ร้านอยู่ดี และร้านชานมไข่มุกในตอนนี้ก็มีมากมายให้เราเลือกสรร

ร้านชานมไข่มุกยอดฮิต
ร้านชานมไข่มุกยอดฮิต

แนะนำ 5 ร้านชานมไข่มุกยอดฮิต

1. KOI Thé

KOI Thé (โคอิเตะ) หรือที่ใคร ๆ ชอบเรียกกันว่า “ชานมก้อย” เป็น ร้านชานมไข่มุก ระดับพรีเมี่ยมจากไต้หวัน ที่มีจุดเด่นเรื่องไข่มุก Golden Bubble ที่มีขนาดจิ๋ว เนื้อไข่มุกหนึบหนับไม่เหมือนเจ้าอื่น รวมไปถึงตัวชาที่มีความพรีเมี่ยม โดยชาจากร้าน KOI Thé นั้นที่ต้มไว้จะเก็บไว้แค่ 2 ชั่วโมง รวมถึงไข่มุกที่ต้มกันสดใหม่ในทุก ๆ วันไม่มีเก็บค้างคืนไว้ ด้วยความที่ KOI Thé เขาบอกว่าใช้เฉพาะวัตถุดิบคุณภาพจากไต้หวันเท่านั้น ซึ่งทำให้ KOI Thé มีมาตรฐานเดียวกันหมดทุกสาขาทั่วโลก ซึ่งที่จริงแล้ว ชานมไข่มุก แบรนด์ KOI Thé ไม่ได้มีดีแค่ชานมเท่านั้น เมนูอย่างชาดำ หรือชาเขียวก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ส่วนท็อปปิ้งนอกจากไข่มุกสีทองแล้ว ยังมีเฉาก๊วย อะโลเวล่า และไอศกรีมมะพร้าว อีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง KOI Thé จึงมีคนต่อแถวยาวเกือบสาขาเลยทีเดียว

2. KAMU

KAMU (คามุ) ร้านชานมไข่มุก สัญชาติไทยที่เปิดมานาน 8 ปี กระจาย มากกว่า100 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ชาเคี้ยวได้” กับสโลแกนที่ว่า “เหนื่อยเศร้าเหงาทุกข์สุขที่คามุที จุดขายชาเขียวมัทฉะนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยทำงาน” เมนูเครื่องดื่มชานมไข่มุก ของร้านนี้ก็มีหลากหลายด้วยกัน ซึ่งเมนูยอดฮิตเลยก็คือ KAMU cheese tea ที่ทำให้คนไปต่อกันยาวเหยียดเลยทีเดียว

3. Brown Café

Brown Café ร้านชานมไข่มุก ที่เพิ่งเปิดใหม่ที่ Siam Square One ชั้น 1 มีอีกสาขาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมนูที่สั่งคือ Brown Royal Premium Milk Tea ซึ่งไข่มุกของร้าน Brown Café นั้นมีให้เลือกหลายแบบ และสัมผัสที่นุ่มนิ่มมาก ๆ ในส่วนของเครื่องดื่มก็หอมชาดีมาก Brown Café จึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่แนะนำหากต้องเลือกหา ร้านชานมไข่มุก

4. The Alley

The Alley แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดังจากประเทศไต้หวัน ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมและขายดีที่สุดตลอดกาลของแบรนด์คงจะหนีไม่พ้น Brown Sugar Deerioca & Fresh Milk ที่ทางร้านคัดเลือกใบชาคุณภาพดีไปบ่มกับวัตถุดิบพิเศษทำให้ชามีกลิ่นหอมทานผสมกับรสชาติที่หวานมันของนมทำให้เข้ากันอย่างลงตัวกับไข่มุก Deerioca ที่คลุกเคล้ากับน้ำตาลทรายแดงสูตรลับเฉพาะ ให้รสชาติที่ไม่หวานจนเกินไปหอมกลิ่นนมและชากำลังดี

5. ATM Tea Bar

ร้าน ATM Tea Bar ย่อมาจาก A Tea Moment เป็นคอนเซ็ปต์ของร้านที่อยากให้ทุกคนมีช่วงเวลาดี ๆ ในการดื่มชา โดยต้องการลบภาพที่คนมักมองว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพ นั่นก็เพราะครีมเทียมที่เป็นส่วนประกอบหลักของชานมไข่มุกทั่ว ๆ ไป ทางร้านจึงให้ความใส่ใจในเรื่องของวัตถุดิบเป็นอย่างมาก ทางร้านจึงคัดสรรวัตถุดิบทั้งหมดจากธรรมชาติ 100% ไร้ครีมเทียม ไม่มีสารสังเคราะห์ สารปรุงแต่ง หรือสีผสมอาหารใด ๆ เจือปน ที่สำคัญตัวชานมของทางร้านนำเข้าจากไต้หวัน และตัวชาเขียวนำเข้าจากญี่ปุ่น

ข้อเสีย ของ ชานมไข่มุก
ข้อเสีย ของ ‘ชานมไข่มุก’

ข้อเสีย ของ ‘ชานมไข่มุก’

มีการการศึกษามากมายที่ระบุถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำชาเพื่อสุขภาพ เช่น สามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในหลอดเลือด และการมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของชาและความเข้มข้นในการบริโภค แต่ชาเองก็มีข้อเสียเช่นกัน การดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ท้องผูก นอนไม่หลับ เป็นต้น แต่ชานมไข่มุก 1 แก้ว ไม่ได้มีเพียงแค่น้ำชาเท่านั้น แต่ยังมีน้ำเชื่อม ครีมเทียม และไข่มุกเพิ่มขึ้นมา ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน 240-360 กิโลแคลอรี (คาร์โบไฮเดรต 45-62 กรัม, ไขมัน 0-14 กรัม, โปรตีน 0.4-2 กรัม) ซึ่งความแตกต่างของพลังงานและสารอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเชื่อมและครีมเทียมที่ใส่ลงไปการกินไข่มุกนั้นมีสารเจือปนอยู่ อาจทำให้ก่อเกิดมะเร็งได้ ถ้ายิ่งกินมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไปทำให้เชื้อมะเร็งนั้นเติบโต และลุกลามไปอีก และไข่มุกที่อยู่ในชานมไข่มุกนั้น ผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งจัดอยู่ในอาหารหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาล โดยไข่มุก 30 กรัม ให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ซึ่งพลังงานที่ได้จากการดื่มชานมไข่มุกใกล้เคียงกับการรับประทานก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 1 ชาม ที่ให้พลังงาน 326 กิโลแคลอรี (คาร์โบไฮเดรต 41 กรัม, ไขมัน 8 กรัม, โปรตีน 21 กรัม) หรือเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลที่ได้รับจากชานมไข่มุกจะเท่ากับข้าว 3-4 ทัพพี

มีการศึกษาวิจัยพบว่า การดื่มชาคู่กับนมหรือน้ำตาลจะลดคุณสมบัติของชาในการต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำตาลที่ใส่ในน้ำชายังถือเป็นสิ่งที่ให้พลังงานสูญเปล่า หมายถึงสิ่งที่ให้พลังงานที่มาจากคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวโดยไม่มีสารอาหารอย่างอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งมีการศึกษาระบุว่า การดื่มน้ำตาลในปริมาณมาก ๆ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือดเหมือนกับการดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มประเภทชาเขียวพร้อมดื่มที่มีวางจำหน่ายทั่วไป นอกจากนี้ครีมเทียมที่ใส่ลงในชานม ไขมันส่วนใหญ่จะผลิตจากไขมันปาล์มซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง โดยเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า การบริโภคกรดไขมันอิ่มตัวเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นการบริโภคชานมไข่มุกเป็นประจำอาจนำไปสู่การเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งการดื่มชานมไข่มุกที่เหมาะสมคือ การดื่มโดยคำนึงถึงพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน โดยการทดแทนการดื่มชานมไข่มุกกับการลดการบริโภคอาหารในกลุ่มข้าว แป้ง หรือการลดปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในชานมไข่มุกที่คุณสั่ง และหลีกเลี่ยงการใส่ครีมเทียมลงไปในชานมไข่มุกที่คุณสั่ง เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถลดอันตรายที่มาจากชานมไข่มุกได้