หินสามวาฬ สุดยอดหินอลังการ แสงแดด สายหมอก ตะลุยบึงกาฬ ตอนที่ 2

หินสามวาฬ จากตอนที่ 1 เราได้พาทุกคนไปชม หินโลมา ณ อุทยานแห่งชาติภูลังกา น้ำตกกินนรี วันนี้เราจะพาไปผมกับสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ วาฬ มีลักษระเป็นหินเช่นเดียวกัน ขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง เหตุผลที่เรียกว่า หินสามวาฬ เพราะลักษณะของจุดชมวิวนี้เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน รูปร่างคล้ายปลาวาฬเรียงกันยื่นออกไปสู่หน้าผา ตั้งอยู่ในอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬอยู่ในพื้นที่ป่าภูสิงห์ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ ที่สวยงามแปลกตา และถ้ำกระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่

จุดชมวิวที่น่าสนใจ มีหลายมุมด้วยกัน รวมถึงไฮไลท์หินสามวาฬครอบครับ พ่อแม่ลูก จึงได้เรียกว่า หินสามวาฬ เป็นจุดมีความสวยงามโดดเด่นด้วยขนาดขนาดใหญ่มากสมชื่อวาฬ มีณูปทรงคล้ายวาฬเป็นอย่างมากตั้งโดดเด่นของภูสิงห์อย่างสวยงามนอกจากเป็นชุดวิวแล้ว เรายังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ภาพที่ปรากฎให้เห็นคือผืนป่าเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย สายหมอกบางๆ พาดผ่านช่างเป็นบรรยากาศที่น่าขึ้นไปสัมผัสและเห็นด้วยตาจริงๆ

ฤดูกาล หินสามวาฬสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แล้วแต่ตวามชอบและบรรยากศที่แตกต่างไปตามฤดูครับ แต่ถ้าอยากฟินแบบสุดๆ ควรเลือกช่วงเวลาขึ้นเป็นช่วงเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมสายหมอกจะดีมากๆ การขึ้นชมหินามวาฬไปสามารถนำรถส่วนตัวขึ้นไปถึงจุดชมวิวได้ ตองเรียกใช้บริการรถนำเที่ยวของผู้คนท้องถื่นเพราะเส้นทางค่อนข้างทรหด ต้องใช้รถออฟโรดและผู้ชำนาญเส้นทางขับขี่พาเราไปครับ ซึ่งรถจะจอดให้เราบริเวณที่ทำการภูสิงห์ เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาตีห้าครึ่ง จนถึงห้าโมงเย็น เมื่อเดินทางไปถึงให้ทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมชำระค่าบริการคันละ 500 บาท ราคารวมไป-กลับ รถสามารถบรรจุผู้โดยสารได้ถึง 10 คน

ช่วงเวลาแนะนำ สำหรับผู้ที่ต้องการชมแสงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าแนะนำให้มาตั้งแต่ เวลาตีห้าครึ่ง เพราะพราะอาทิตย์ค่อนข้างขึ้นเร็วมากๆ ประมาณช่วง 6 โมงเช้าเราก็สามารถเห็นแสงแรกของวันได้แล้วครับ ผมขอแนะนำที่พักตัวอย่าง ชื่อว่า เดอะลิตเติ้ล การ์เด้น รีสอร์ท

ที่พัก โดยเราเลือกพักในที่พักที่ตั้งอยู่ในอำเภอศรีวิไล ใกล้กับภูสิงห์ ชื่อว่า สุโรชา รีสอร์ท ห่างจากภูสิงห์ 40 กม. จากที่ทำการภูสิงห์ไปยังหินสามวาฬผ่านเส้นทางดินแดงและออฟโรดนิดๆ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นเดินเข้าไปเพียง 200 เมตร คือ หินวาฬพ่อ หินก้อนใหญ่ที่โดดเด่นและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่ริมสุด ถ้าอยากได้ภาพหินพ่อซึ่งเป็นก้อนไฮไลท์แบบเต็มก้อน ต้องไปเดินไปยังหินอีกก้อน คือ หินวาฬแม่ ซึ่งอยู่ตรงกลาง โดยจะมีเป็นช่องให้เดินเข้าไป ส่วนหินวาฬลูกไม่สามารถเดินเข้าได้ เพราะไม่มีเส้นทางเข้าไป จะเดินชมได้แค่หินวาฬพ่อและแม่ เท่านั้น

พื้นที่ของหินวาฬแม่ มองไปก็จะเห็นหินวาฬพ่อ อยู่ตรงข้ามกัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่ตื่นแต่เช้ามาพร้อมกันเพื่อดูแสงแรก บริเวณจุดชมวิวลมค่อนข้างแรง ให้เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อมนะครับ และต้องระมัดนะวังในการเดินทางด้วย พอถึงช่วงเวลาไฮไลท์เราจะได้เห็นแสงสีทองอร่าม แสงแดด ลอดผ่านท้องฟ้า ไล่สีอย่างสวย พร้อมสายหมอกบงๆเย็นสบาย โดยวิวที่เราจะได้เห็นนอกจากแสงพระอาทิตย์และสายหมอก ทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขงและภูเขาเมืองปากกระดิ่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพื่อนบ้านแสนน่ารักและเป็นกันเอง

นอกจากจุดชมวิวหินสามวาฬแล้วที่ป่าภูสิงห์แห่งนี้ยังมีที่เที่ยวอื่น อีก 9 จุด ได้แก่ 1.จุดชมวิวถ้ำฤๅษี 2.กำแพงภูสิงห์ 3.จุดชมวิวหินหัวช้าง 4.หินช้าง 5.หัวใจภูสิงห์ 6.ถ้ำใหญ่ 7.ลานธรรมภูสิงห์ 8.จุดชมวิวส้างร้อยบ่อ 9.ประตูภูสิงห์ สามารถแวะได้ทุกจุด หากต้องการเดินชมทุกจุดคงต้องเผื่อเวลากันหน่อยนะครับ แต่ถ้ามาเช้ามีแรงไม่ง่วงไม่หิวมาก แนะนำเดินให้ครบทุกจุดเราขึ้นมาทั้งทีครับ เพราะจะได้บรรยกาศความสวยงามที่แตกต่างครับ ซึ่งในแต่ละจุดค่อนข้างอันตรายต้องมีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลครับ จากหินสามวาฬนั่งรถมาไม่นาน เราจะได้ชม จุดชมวิวถ้ำฤๅษี ซึ่งในยามเช้าแสงก็สวยไม่แพ้หินสามวาฬ วิวจะเป็นวิวที่คล้ายกันแต่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง จากนันพี่คนขับพาเรามาที่ จุดชมวิวหินหัวช้าง ซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 500 เมตร จุดชมวิวหินหัวช้างเมื่อมองไปเบื้องหน้าจะเห็นแท่งเสาหินเรียงรายกัน ท่ามกลางผืนป่าดูแปลกตา

จุดต่อไป คือ หินช้าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับช้าง จึงเป็นที่มาของชื่อ จากบริเวณหินช้างเราจะเดินทางผ่าน จุดชมวิวล้างร้อยบ่อ ซึ่งมีลักษณะเป็นหลุมคล้ายสามพันโบกซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปนิดหน่อย แต่เราไม่ได้แวะเพราะด้วยเรื่องของเวลาที่มีจำกัดต้องเดินทางไปทีอื่นต่อมาถึงจุดสุดท้ายรถจอดแล้วถ่ายภาพได้เลยไม่ต้องเดิน คือ ประตูภูสิงห์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายช่องประตู
หินสามวาฬ ภูสิงห์ อลังการจุดชมวิว อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen แห่งบึงกาฬ หากคุณอยากไม่ได้เที่ยวบึงกาฬให้ทั่ว แนะนำเลยครับที่แห่งนี้ช่างสวยงามและแปลกตาไม่มีจังหวัดไหนเหมือนที่นี่เลยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม หินสามวาฬ ภูสิงห์ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ สามารถเข้าไปชมโดยใช้บริการรถท้องถิ่น ซึ่งเป็นรถกระบะโฟร์วิว ติดต่อได้ที่ทำการภูสิงห์ มีรถออกตลอดทั้งวันตั้งแต่ ตีห้าครึ่ง- ห้าโมงเย็น ราคาคันละ 500 บาท (ไป-กลับ) นอกจากหินสามวาฬสามารถแวะเที่ยวตามจุดต่างๆได้ บริเวณภูสิงห์ไม่มีบ้านพัก แต่มีจุดกางเต้นท์ให้บริการ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 088 563 8852 สำหรับใครที่ไม่สะดวกพักเต้นท์สามารถพักยังรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

การเดินทางไปหินสามวาฬ ภูสิงห์ขับรถมาจากตัวจังหวัดบึงกาฬประมาณ 24 กิโลเมตร ไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง (ถนนหลวงสาย 212) ทางจังหวัดนครพนม จะเจอทางเข้าภูสิงห์อยู่ทางขวามือ เลี้ยวรถขึ้นไป แล้วขับขึ้นไปประมาณ 6 กิโลเมตรก็จะเจอ จอดรถที่ลานกางเต็นท์ ถ้ำฤาษี จากนั้นเดินเท้าไปชมหินสามวาฬ ประมาณ200เมตร

จังหวัดบีงกาฬ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมาย แนะนำการเดินทางเราควรหาข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้การเดินทาง มีความพิเศษสำหรับครอบครัว เพื่อน พี่น้อง ได้เก็บภาพที่สวยงาม ในช่วงเวลา บรรยากาศที่เหมาะสม ความพร้อมของการเตรียมตัว และการเรียนรู้ที่จะเข้าถึงธรรมชาติ ด้วยการไม่ทำลายและอนุรักษ์ไว้ซึ่งความสวยงสาม เพื่อถ่ายทอดสู่รุ่นต่อไปได้อย่างสวยงามและยั่งยืนครับ ต่อไป ตอนที่ 3 เราจะพาทุกท่านไปเที่ยว น้ำตกถ้ำพระ มีความสวยงามและเย็นช่ำสดชื่น แปลกตาไม่เหมือนที่อื่นแน่นอนครับ

1 thought on “หินสามวาฬ สุดยอดหินอลังการ แสงแดด สายหมอก ตะลุยบึงกาฬ ตอนที่ 2”

Comments are closed.