5 ทริปรูปแบบใหม่แต่คุ้นเคยปี 2564

การท่องเที่ยวหรือการเดินทาง ไม่มีวันหยุดนิ่งหากมีวันว่างหรือวันหยุดทุกครอบครัว ทุกคนย่อมไม่อยากอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือนอนในห้องสี่เหลี่ยมเดิมๆ การออกไปผจญภัยไปเปลี่ยนบรรยากาศ ที่นอน อากาศ สิ่งแวดล้อมที่จะสร้างพลังงานเติมพลังใจให้คุณมีชีวิตชีวาในวันทำงานได้อย่างสนุกสนานขึ้น แต่ด้วยแนวโน้มการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สถานการณ์อาจจะยังคงยืดเยื้อข้ามปี ทำให้เส้นทางหรือรูปแบบการเดินทางถูกเปลี่ยนแปลงไปทั้งรูปแบบและสถานที่ โดยผลสำรวจล่าสุดจากผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเดินทางระดับโลกอย่าง Booking.com ได้เผย 5 ประเภททริปท่องเที่ยงมาแรงในปี 2564 ที่กำลังมาถึงนี้

1.เที่ยวแบบลุยเดี่ยว ไม่เกี่ยวกับใครไปได้ลุยเลยค่อนข้างมาแรง เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องจำนวนคนหรือสถานที่รวมคนไว้จำนวนมากกลายเป็นข้อจำกัด จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ออกไปลุยเที่ยวคนเดียวมากขึ้นในปี 2564 โดยก่อนการแพร่ระบาดผลสำรวจจาก Booking.com เผยว่ามีผู้เดินทางชาวไทยเพียง 17%* เท่านั้นที่วางแผนเที่ยวแบบลุยเดี่ยว ซึ่งต่างกับผลสำรวจล่าสุดที่ผู้เดินทางจำนวนถึง 40%** วางแผนจะลุยเที่ยวคนเดียวมากขึ้นในอนาคต และผู้เดินทาง 51%** ต้องการเดินทางมากขึ้นในอนาคตเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปในปี 2563ที่กำลังจะผ่านไป กลายเป็นปัจจัยหลักที่ไปกระตุ้นให้คนออกเดินทางแบบลุยเดี่ยวสักครั้งในชีวิตหรือช่วงระยะเวลาหนึ่งในปีหน้า

2.ขอเพียงเอนกายสบายใจในพื้นที่สงบส่วนตัว มีหลายทริปหลายแพลนที่ถูกยกเลิกจากการวางแผนมากมายจากการแพร่ระบาด ทำให้แค่ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวก็ดีต่อใจแล้วครับ โดยผู้เดินทางชาวไทย 77%** ตั้งมั่นว่าในอนาคตจะไม่มองข้ามคุณค่าของการเดินทางอีก ดังนั้นแม้ผลสำรวจจะแสดงให้เห็นว่าผู้เดินทางยังคงปรารถนาที่จะได้เดินทางอีกครั้ง แต่มีเพียง 8%** เท่านั้นที่วางแผนเพื่อไปทริปพักผ่อนสุดหรู (เช่น การพักในวิลลา หรือโรงแรม 5 ดาว) ส่วนผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ (48%)** กลับวางแผนทริปเพื่อได้ใช้เวลาผ่อนคลายและหลีกหนีความวุ่นวายต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าการได้พักผ่อนกายให้แค่เพียงพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็เพียงพอแล้วครับ

3.เพราะเหตุผลที่ทำให้เราต้องห่างกันไกล ด้วยปัจจัยด้านสุขภาพทำให้ครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้ใจ มีอันต้องแยกย้ายหรือไม่ได้พบปะกันบ่อยเหมือนที่เคย ทำให้บางคนเกิดอากาศเครียดซึมเศร้า หรือไม่สดชื่นกับการรอคอยที่ต้องห่างกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างประเทศ ทำให้ผู้เดินทางชาวไทย 78%** วางแผนใช้การเดินทางในอนาคต เป็นโอกาสพบปะและเชื่อมสัมพันธ์กับคนที่รักเติมความหวานให้กันอีกครั้ง อันที่จริงแล้วในขณะที่ต้องอยู่ไกลกันนั้น ผู้เดินทาง 38%** เผยว่าหนึ่งในแรงบันดาลใจหลัก ๆ ที่ทำให้อยากเดินทางอีกครั้ง คือการได้พูดคุยเรื่องทริปกับเพื่อน ๆ และครอบครัวแสนอบอุ่น

4.สั้นสนุกหยดน้อยแต่ไปได้ ความไม่แน่นอนอาจะส่งผลต่อการเดินทางกับผู้คนมากมาย เป็นปัจจัยที่ทไให้ปรับช่วงระยะเดินทางให้สั้นหรือแคบลงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (62%)** ต้องการไปทริปพักผ่อนที่มีระยะสั้นลงในปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดี่ยวกันในปี 2562 เพื่อลดความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางส่วนอีก 44%** คิดถึงการท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์มาเป็นอย่างแรก หลังมีการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางในประเทศ ทำให้เห็นว่าผู้เดินทางมีความต้องการอย่างมากที่จะหลบไปพักใจากโลกที่แสนวุ่นวายในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสั้นๆก็ยอม

5.อิ่มกายอิ่มใจ ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่มีอะไรมาปิดกั้นการเดินทาง การเปิดโลกกว้างอันแสนสวยงามและท้าทายที่รอเราอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ (77%) เนื่องด้วยมาตรการจำกัดการเดินทางสำหรับการเดินทางต่างประเทศที่ยังคงเข้มงวด ด้วยเหตุนี้การเที่ยวในประเทศจึงกลายเป็นวิถีใหม่สำหรับผู้เดินทาง โดยการได้ไปตระเวนชิมอาหารเลิศรส เป็นสิ่งที่คนอยากทำเป็นอันดับต้น ๆ โดยผู้เดินทางชาวไทย 52% อยากลิ้มรสและดื่มด่ำกับเมนูขึ้นชื่อในท้องถิ่น ระหว่างทริปเดินทาง ส่วนอีก 36%**

เงินที่เหลือเก็บจากค่าใช้จ่ายในประเทศที่น้อยลง หากเทียบการเดินทางไปต่างประเทศที่ใช้งบประมาณมาก งบประมาณดังกล่าวจึงนำมาทบทุนให้กับการกินอันแสนอร่อย มื้อที่มีราคาแต่คุ้มกับการเดินทางมากิน หรือได้มาลองของดีของเด่นของอร่อยของท้องถิ่น นับเป็นไอเดียกระจายความสุขทั้งพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวได้ไม่มากก็น้อย บางอย่างเราอาจจะมองข้ามเพราะคุ้นชินกับการไปลิ้มรสมื้ออร่อยจากต่างแดน แต่สุขไหนหรือจะเท่าสุขที่บ้านเราที่เป็นดินแดนอู่ข้าวอู่น้ำ