งานดอกไม้ ฟลอร่า พาร์ค @วังน้ำเขียว พร้อม 5 เทคนิคการถ่ายภาพคู่กับดอกไม้

เมื่อลมหนาวเข้ามาทำให้จิตใจเย็นสบาย อยกพักกายไปพักใจ เดินทางไปที่เที่ยวที่อากาศเย็น มีธรรมชาติอากาศบริสุทธิ์ห้อมล้อม ถ่ายภาพสวยงามเก็บความประทับใจ หากพูดถึง วังน้ำเขียว หลายคนอาจจะรู้จักดีในเรื่องสภาพอากาศและความสมบูรณ์ของธรรมชาติ แต่ความพิเศษในการดินทางในช่วงพิเศษจะทำให้เพิ่มความน่าสนใจได้อย่างดีขึ้นครับ

งานดอกไม้ ฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียว (Florapark Wangnamkeaw) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่ในวังน้ำเขียวและบริเวณเขาใหญ่สวยงามน่าประทับใจหากได้เดินทางมาเก็บภาพสักครั้งจะดีไม่ใช่น้อย สิ่งที่เราจะได้สัมผัสคือทุ่งดอกไม้หลากสายพันธุ์เบ่งบอนและส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ สีสันของดอกไม้ช่างสวยงามเมื่อมาอยู่รวมกันหลากหลายรูปทรงและสีสัน

วังน้ำเขียว และเขาใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางธรรมชาติยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวมักจะไปเที่ยวชมกันในช่วงวันหยุด ซึ่งก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสวนดอกไม้ ซึ่งมีให้เข้าชมหลายแห่ง หนึ่งในสวนดอกไม้ที่ห้ามพลาดทางฝั่งวังน้ำเขียว ก็คือ ฟลอร่า พาร์ค อาณาจักรดอกไม้แสนสวยราวกับหลุดออกมาจากสวนดอกไม้ในเทพนิยาย วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักและเรียนรู้ความน่าสนใจของที่แห่งนี้ไปพร้อมๆกัน

ฟลอร่า พาร์ค ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา รวมพื้นที่ทั้งหมดมีมากกว่า 100 ไร่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยมีวัตถุประสงค์จัดตั้งขึ้นให้เป็นพื้นที่พัฒนาการเพาะและผลิตไม้ดอกไม้ประดับอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ ศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ให้แก่เกษตรกร และผู้สนใจในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จนสามารถนำไปประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนได้ต่อไป นอกจากจะได้เก็บภาพดอกไม้ที่สวยงามยังได้ความรู้และเทคนิคมากมายที่ไม่มีใครมาสอนเราได้อย่างครบวงจรและเห็นของจริงได้ด้วย

โดยภายในสวนมีการปลูกไม้ยืนต้นซึ่งเป็นไม้มงคล เช่น ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์ กัลปพฤกษ์ กาฬพฤกษ์ แคแสดชมพู และพันทิพย์ศรีตรัง ฯลฯ รวมแล้วประมาณ 800 ต้น รวมถึงกุหลาบกว่า 100 สายพันธุ์ และไม้ดอกไม้ประดับสีสันสดใสสวยงามรวมหลายหมื่นต้น จัดเป็นสวนดอกไม้อันงดงาม ผสมผสานหลักทางศิลปะ ทำความดอกไม้ดูโดดเด่นและแปลกตามตามรูปแบบการจัดแสดงที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ให้ทำให้สวยแปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะ

ภายในฟลอร่า พาร์ค มีจุดไฮไลต์ก็คือ วงกตดอกไม้ ซึ่งได้จัดเป็นสวนดอกไม้หลากสีสันสลับกันไปอย่างสวยงาม มีทางเดินคล้ายกับเขาวงกตให้เดินลัดเลาะเที่ยวชมจนฉ่ำใจ แต่นอกจากวงกตดอกไม้แล้ว ภายในฟลอร่า พาร์ค ก็ยังมีจุดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น

หอชมวิวฟลอร่า (Flora Tower View) มีทั้งหมด 4 ชั้น ด้านล่างเป็นคาเฟ่ ส่วนชั้นบนจะเป็นจุดชมวิว ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบด้านได้ 360 องศา และยังมองเห็นวงกตดอกไม้มุมสูงได้ด้วย ทำให้มองเห็นลวดลายในแปลงดอกไม้ทั้งหมด
หออธิษฐานรัก เนินเขาสูงกับหอระฆังศักดิ์สิทธิ์ - ทุ่งกุหลาบแห่งรัก สวนกุหลาบดอกใหญ่ สีสวย กลิ่นหอมละมุน
อุโมงค์ไม้เลื้อย อุโมงค์สีเขียวที่ถักทอขึ้นจากไม้เลื้อยหลากชนิด สลับสับเปลี่ยนสายพรรณไปตลอดทั้งปี - ประติมากรรมไม้ไผ่ ชมความสวยเก๋ของการนำเอาไม้ไผ่มาสร้างสรรค์ประติมากรรม

- ศูนย์แสดงพรรณไม้ดอกไม้ประดับ ชมดอกไม้เมืองหนาวบานสะพรั่งสวย ๆ หลากหลายสายพันธุ์ - สวนไม้มงคล พบกับพรรณไม้มงคลมากมาย พร้อมกับการจัดตกแต่งบริเวณพื้นด้วยดอกไม้สีสันสดใส
ร้านจำหน่ายสินค้าทั้งพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ และสินค้าทางการเกษตรปลอดสารพิษ นอกจากนี้ภายในฟลอร่า พาร์ค ก็มีร้านอาหารและคาเฟ่ไว้รองรับ และถ้าหากอยากเที่ยวชมสวนกุหลาบงามตากว้างใหญ่อลังการกว่า 45 ไร่ ก็มีโรส พาร์ค แห่งฟ้าประทานฟาร์มอยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้ได้ไปเที่ยวถ่ายรูปด้วย

การเข้าเที่ยวชมฟลอร่า พาร์ค
ฟลอร่า พาร์คเปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน แต่จะมีงานดอกไม้ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี โดยในปีนี้จะเที่ยวชมได้ตั้งแต่

วันนี้ – 30 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

ค่าเข้าชมฟลอร่า พาร์ค
ค่าเข้าชมสวนสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 100 บาท, เด็กความสูงตั้งแต่ 100-140 เซนติเมตร และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ราคา 80 บาท หากต้องการเข้าเที่ยวชมโรส พาร์ค ด้วย จะมีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 180 บาท, เด็กความสูงตั้งแต่ 100-140 เซนติเมตร และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ราคา 130 บาท

การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ จะไปได้สะดวก 2 เส้นทาง เส้นทางแรกให้ขับไปทางฝั่งลาดกระบัง ไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี แล้วเข้าสู่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนอีกเส้นทางจะขับไปทางจังหวัดปทุมธานี ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง ทางฝั่งเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แล้วขับต่อไปยังอำเภอวังน้ำเขียว

หากได้เดินทา่งไปเยี่ยมชมฟอลร่า พาร์ค ทุกคนยังสามารถเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวของวังน้ำเขียวได้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นสวนภูมิพฤกษา, อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง, สวนแม่หม่อน, เขาแผงม้า, Montana Farm, น้ำตกม่านฟ้า, สวนลุงไกร และสวนลุงโชค เป็นต้น

5 เทคนิคการถ่ายภาพคู่กับดอกไม้ ถ่ายภาพดอกไม้อย่างเดียวคงสวยงามไม่พอ หากได้นางแบบสวยๆ โพสภาพเข้ามาในกรอบจะทำให้ภาพดูมีสีสันมากขึ้นและเป็นภาพประทับใจที่ได้เดินทางมาเที่ยว บางคนอานจะไม่รู้จะโพสท่าอะไรดีให้องค์ประกอบภาพออกมาดูดีและโดดเด่นทั้งคนและดอกไม้ไปพร้อมกัน เราได้นำไอเดียการถ่ายภาพมาเป็นตัวอย่างครับ

  1. ยืนด้านข้าง กางแขน สูดรับอากาศบริสุทธิ์
    จะเตรียมพร็อพเสริมเป็นมงกุฎดอกไม้ หรือเสื้อผ้าที่พริ้วลม ผ้าพันคอ ก็จะช่วยเสริมให้ตัวเเบบดูเด่น เเละมงกุฎดอกไม้จะช่วยให้ดูอ่อนหวานมากขึ้นด้วย
  1. นั่งลง จับดอกไม้ มองดอกไม้ หรือมองกล้องก็ได้
    ดอกไม้ หรือดอกหญ้า ที่อยู่ในทุ่ง นำมาเป็นพร็อพซักดอกหนึ่ง เเล้วให้ตัวเเบบมองดอกไม้ ดม หรือ จับ จะมองกล้อง หรือไม่มองกล้องก็ได้ ถ้ามีเกสรดอกไม้ที่เเห้งเเล้ว สามารถเป่าให้ลอยไปตามลมได้ก็จะยิ่งสวย เพราะภาพจะรู้สึกถึง movement ที่อยู่ในภาพ
  1. ยืนหันหลังให้กล้อง ถ่ายจากด้านหลัง ให้เห็นทั้งทุ่งดอกไม้ เเละภูเขา
    ถ่ายให้ทุ่งดอกไม้ หรือทุ่งนาเป็น foreground โดยให้ตัวเเบบเป็น midground เเละให้ภูเขาที่อยู่ด้านหลังเป็น background
  1. ถือช่อดอกไม้ ถ่ายด้านข้าง มองกล้อง
    เมื่อไปถึงที่ทุ่งหญ้า หรือทุ่งดอกไม้ ก็เก็บบางส่วนขึ้นมาถือเป็นพร็อพซักหน่อย จะช่วยให้ตัวเเบบไม่เขิน เพราะบางคนไม่ใช้นางเเบบก็อาจจะไม่รู้ว่า จะเอามือไม้ ไปไว้ที่ไหน ให้ถือดอกไม้ ก็จะลดความเครียดลงได้เยอะเลย
  1. ยืนกอดช่อดอกไม้ ไม่มองกล้อง เสริมพร็อพด้วยมงกุฎดอกไม้
    อาจจะเป็นทุ่งหญ้าสีเขียว เเต่นำพร็อพเสริมไปเป็นช่อดอกไม้ หรือมงกุฎดอกไม้ไปเติม เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวเเบบ

หลังจากจบทริปตามล่าหาดอกไม้ กับท่าโพสในมุมที่ใช่ ทุ่งดอกไม้สวยงามกับอากาศเย็นสบาย หวังว่าการเดินทางทริป วังน้ำเขียว ในครั้งนี้จะทำให้เพื่อนๆได้ใช้เวลาแห่งความสุขท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เก็บภาพไปฝากคนในครอบครัวเพื่อนที่ทำงานหรือเก็บเป็นความประทับใจที่ดีอีกหนึ่งแห่งในการเดินทางไปท่องเที่ยวครับ